ข่าวบอลนอกประเทศ ลิเวอร์พูล เพิ่งทำลายได้! ย้อนดู 5 อันดับชุด 11 ตัวจริงทีมลีกสูงสุดที่มีอายุน้อยที่สุดของ เอฟเอ คัพ

ufax10

ข่าวบอลนอกประเทศ ลิเวอร์พูล เพิ่งทำลายได้! ย้อนดู 5 อันดับชุด 11 ตัวจริงทีมลีกสูงสุดที่มีอายุน้อยที่สุดของ เอฟเอ คัพ

ข่าวบอลนอกประเทศ

ข่าวบอลนอกประเทศ ด้วยความที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชุดใหญ่ ประกาศเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าเกม เอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดแข่งใหม่ ที่เจอกับ ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ ทีมจาก ลีก วัน เมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะไม่มีการใช้แข้งในทีมชุดใหญ่เลย เพราะมันคาบเกี่ยวกับช่วงพักกลางฤดูกาล ทำให้มีนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในเกมฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
เคอร์ติน โจนส์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, คี-ยาน่า ฮูแฟร์ ฯลฯ ต่างก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ซึ่งพวกเขาก็ทำผลงานกันได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะเอาชนะอาคันตุกะได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โร-ฌอน วิลเลี่ยมส์ กองหลังของทีมเยือน

การที่ใน 11 ตัวจริงมีแต่นักเตะดาวรุ่ง ทำให้ ลิเวอร์พูล ชุดที่ลงเล่นเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลายเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยอายุรวมของ 11 ตัวจริง น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของศึก เอฟเอ คัพ หากนับเฉพาะทีมในระดับลีกสูงสุด ด้วยวัยเพียง 18.90 ปี ซึ่งวันนี้เราจะมาย้อนดูกันว่า 5 ตัวจริงที่มีค่าเฉลี่ยอายุน้อยที่สุดก่อนหน้านี้ในประวัติศาสตร์ของ เอฟเอ คัพ มันมีครั้งไหนบ้าง

– ลิเวอร์พูล 22.9 ปี : เจอ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ปี 2016
“หงส์แดง” ประเดิมการแข่ง เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2015-16 ด้วยการต้องไปเยือน เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ทีมในระดับ ลีก ทู ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่งานยากอะไร และมันก็ทำให้ คล็อปป์ ส่งดาวรุ่งหลายคนลงสนาม อย่างเช่น ไรอัน เคนท์ ที่ตอนนั้นอายุ 19 ปี, ชูเอา เตยเซยร่า ที่อายุ 22 ปี และ ติอาโก้ อิลอรี่ ที่อายุ 22 ปี เป็นต้น

นักเตะประเภทที่มีประสบการณ์สูงซึ่งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในวันนั้นมีเพียง อดัม บ็อกดาน (อายุ 28 ปี), โฆเซ่ เอ็นรีเก้ (อายุ 29 ปี) และ คริสติย็อง เบนเตเก้ (อายุ 25 ปี) อย่างไรก็ตาม ในเกมนั้นทีมของ คล็อปป์ ก็ต้องกลับบ้านด้วยความเซ็งนิดๆ จากการทำได้เพียงออกไปเสมอกับอีกฝ่าย 2-2 โดยที่ “หงส์แดง” ต้องมาตามตีเสมอในนาทีที่ 73 ด้วย

อย่างไรก็ตาม พอกลับมาเตะนัดแข่งใหม่ที่ แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ก็ชนะไปแบบสบายๆ 3-0

รายชื่อ 11 ตัวจริงพร้อมอายุในตอนนั้น
ผู้รักษาประตู : อดัม บ็อกดาน (28 ปี)
กองหลัง : คอนเนอร์ แรนดอลล์ (20 ปี), ติอารโก้ อิลอรี่ (อายุ 22 ปี), โฆเซ่ เอ็นรีเก้ (อายุ 29 ปี), แบรด สมิธ (อายุ 21 ปี)
กองกลาง : เควิน สจ๊วร์ต (22 ปี), คาเมร่อน แบรนนาแกน (19 ปี), ชูเอา เตยเซยร่า (22 ปี)
กองหน้า : เจอโรม ซินแคลร์ (19 ปี), คริสติย็อง เบนเตเก้ (25 ปี), ไรอัน เคนท์ (19 ปี)

– ลิเวอร์พูล 22.7 ปี : เจอ พลีมัธ อาร์ไกล์ ปี 2017
หลังจากทำได้เพียงเสมอกับ พลีมัธ ที่บ้านของตัวเอง ในการแข่งขันรอบ 3 “หงส์แดง” ก็ต้องไปแก้ตัวที่บ้านของทีมจาก ลีก ทู ในนัดแข่งใหม่ ซึ่งกุนซือหลายคนคงจะจัดทีมแบบใช้กำลังหลักเต็มที่ เพราะมันเป็นเกมที่จะตัดสินโอกาสการเข้ารอบ

อย่างไรก็ตาม ในวันนั้น คล็อปป์ ก็ยังให้โอกาสดาวรุ่งหลายคนในตอนนั้นได้เป็นตัวจริง อย่างเช่น เบน วู้ดเบิร์น ที่อายุ 17 ปี, โจ โกเมซ ที่ตอนนั้นยังมีอายุ 19 ปี และไม่ได้โด่งดังอะไร และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในช่วงที่ยังเป็นเพียงแข้งอนาคตไกลที่มีอายุ 18 ปี

เมื่อรวมพลังกับนักเตะระดับที่มีประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่สูงอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ และ ลูคัส เลว่า ที่วันนั้นต้องรับบทแนวรับจำเป็นแล้วนั้น ลิเวอร์พูล ก็ชนะไป 1-0 โดยคนที่ทำประตูชัยให้ทีมก็คือ ลูคัส นั่นเอง

รายชื่อ 11 ตัวจริงพร้อมอายุในตอนนั้น
ผู้รักษาประตู : ลอริส คาริอุส (23 ปี)
กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (18 ปี), โจ โกเมซ (19 ปี), ลูคัส เลว่า (30 ปี), อัลเบร์โต้ โมเรโน่ (24 ปี)
กองกลาง : เควิน สจ๊วร์ต (23 ปี), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (24 ปี), โอวี่ เอยาเรีย (19 ปี)
กองหน้า : แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (27 ปี), ดิว็อค โอริกี้ (21 ปี), เบน วู้ดเบิร์น (17 ปี)

– เชลซี 22.6 ปี : เจอ ลิเวอร์พูล ปี 1966
เป็นอีกครั้งที่ ลิเวอร์พูล มีเอี่ยวกับสถิติด้านนี้ แต่หนนี้พลิกกลับหัวเป็นในกรณีที่พวกเขาเป็นคู่แข่งของทีมวัยหนุ่ม โดยตอนนั้นมันเป็นการแข่งขันในรอบ 3 และหลายคนก็มองว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสดีที่จะเข้ารอบต่อไปได้ เพราะเดิมทีพวกเขาก็เป็นแชปม์เก่า

นอกจากนี้ เชลซี ยังส่งแข้งอายุน้อยลงเป็นตัวจริงหลายคน อย่างเช่น ปีเตอร์ ออสกู้ด ที่อายุ 18 ปี, จอห์น ฮอลลิ่นส์ กับ จอห์น บอยล์ ที่อายุ 19 ปีเท่ากันเป็นต้น จนทำให้เหมือนจะเป็นการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่ ลิเวอร์พูล จะชนะให้สูงขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม เชลซี ชุดนั้นก็หักปากกาเซียนของหลายคน เพราะพวกเขาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 2-1 ก่อนที่จะไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายก็แพ้ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในรอบดังกล่าว

รายชื่อ 11 ตัวจริงพร้อมอายุในตอนนั้น
ผู้รักษาประตู : ปีเตอร์ โบเน็ตติ (24 ปี)
กองหลัง : รอน แฮร์ริส (21 ปี), มาร์วิน ฮินตัน (25 ปี), เอ็ดดี้ แม็คครีดี้ (21 ปี)
กองกลาง : จอห์น บอยล์ (19 ปี), เทอ์รี่ เวนาเบิ้ลส์ (23 ปี), จอห์น ฮอลลิ่นส์ (19 ปี), จอร์จ เกรแฮม (21 ปี)
กองหน้า : แบร์รี่ บริดจ์ส (24 ปี), ปีเตอร์ ออสกู้ด (18 ปี), บ็อบบี่ แทมบลิ่ง (24 ปี)

– แมนฯ ยูไนเต็ด 22.3 ปี : เจอ เอ็กเซเตอร์ ปี 2005
หลังจากเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2004-05 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มต้นการป้องกันแชมป์ด้วยการถูกจับให้เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รังเหย้าของตัวเอง ในการแข่งรอบ 3 แถมตอนนั้น เอ็กซ์เตอร์ ยังเป็นทีมระดับคอนเฟอเรนซ์ หรือในระดับนอกลีกอีกต่างหาก จนหลายคนก็คิดว่าสกอร์น่าจะขาดลอยแน่ๆ

ทั้งนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้งานพวกแข้งอายุน้อยหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โจนาธาน สเป็คเตอร์ ที่อายุ 18 ปี, เคราร์ด ปิเก้ ในตอนที่ยังไม่โด่งดังและมีอายุแค่ 17 ปี, คีแรน ริชาร์ดสัน ปีกวัย 20 ปี ที่เหล่า “เร้ด อาร์มี่” คาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ดังตรงริมเส้นคนใหม่ได้ และ ดาวิด เบลลิยง เจ้าของฉายา “นิว เธียร์รี่ อองรี” ที่อายุ 22 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันที่ออกมาถือว่าพลิกล็อกสุดๆ เพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับอีกฝ่าย 0-0 ทำให้ต้องไปเล่นในนัดรีเพลย์กัน ซึ่งหนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็แก้ตัวได้ด้วยการบุกไปชนะอีกฝ่าย 2-0 ก่อนที่จะไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายพวกเขาก็แพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษ

รายชื่อ 11 ตัวจริงพร้อมอายุในตอนนั้น
ผู้รักษาประตู : ทิม ฮาวเวิร์ด (25 ปี)
กองหลัง : โจนาธาน สเป็คเตอร์ (18 ปี), เคราร์ด ปิเก้ (17 ปี), เวส บราวน์ (25 ปี), คีแรน ริชาร์ดสัน (20 ปี)
กองกลาง : ฟิล เนวิลล์ (27 ปี), เอริก เฌมบ้า-เฌมบ้า (23 ปี), เดวิด โจนส์ (20 ปี), เลียม มิลเลอร์ (23 ปี)
กองหน้า : คริส อีเกิ้ลส์ (19 ปี), ดาวิด เบลลิยง (22 ปี)

– ลิเวอร์พูล 21.8 ปี : เจอ พลีมัธ อาร์ไกล์ ปี 2017
ใช่แล้ว ก่อนหน้าที่ ลิเวอร์พูล ชุดค่าเฉลี่ยอายุน้อยจะชนะ พลีมัธ ในนัดรีเพลย์ตามที่เรากล่าวถึงในเบื้องต้นได้นั้น คล็อปป์ ก็ใช้งานแข้งดาวรุ่งหลายคนในนัดตามโปรแกรมปกติเช่นกัน โดยดาวรุ่งที่ได้ลงเล่นในวันนั้นก็มีหลายคนที่หลังจากนั้นจะได้ลงเล่นนัดรีเพลย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ และ เอยาเรีย

แม้ว่าวันนั้น ลิเวอร์พูล จะไม่สามารถเจาะตาข่าย พลีมัธ ได้ แต่ทีมชุดนั้นก็กลายเป็นทีมที่ครองสถิติ 11 ตัวจริงที่มีค่าเฉลี่ยอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่ง เอฟเอ คัพ ก่อนที่ล่าสุดมันจะถูกทำลายลง ซึ่งนักเตะในทีมชุดนั้นก็คงจะไม่รู้สึกคับแค้นใจอะไร เพราะทีมที่ทำลายสถิติของพวกเขาได้ก็ยังเป็น ลิเวอร์พูล อยู่ดี

รายชื่อ 11 ตัวจริงพร้อมอายุในตอนนั้น
ผู้รักษาประตู : ลอริส คาริอุส (23 ปี)
กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (18 ปี), โจ โกเมซ (19 ปี), ลูคัส เลว่า (29 ปี), อัลเบร์โต้ โมเรโน่ (24 ปี)
กองกลาง : เควิน สจ๊วร์ต (23 ปี), เอ็มเร่ ชาน (22 ปี), โอวี่ เอยาเรีย (19 ปี)
กองหน้า : เชยี่ โอโจ้ (19 ปี), ดิว็อค โอริกี้ (21 ปี), เบน วู้ดเบิร์น (17 ปี)
 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.unit-esports.com